Lenovo Ideapad Yoga 11 Tablet แบบ 2 in 1

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวไอทีทุกท่าน สำหรับวันนี้ผมมีข่าวดีมาฝากอีกเช่นเคยครับ เจ้า Lenovo ตัวนี้ไม่ธรรมดาครับเพราะว่ามันมาพร้อมกับ Notebook ในตัว ตอบโจทย์ความต้องการของคนทำงาน และสำหรับคอ Shat หรือ สาวก Social Network รวมทั้ง Gamer ทั้งหลายก็ได้ครับ เรียกได้ว่ารองรับทุกสภาพการใช้งาน ถ้าอยากทำความรู้จักกับเจ้าตัวแรงตัวนี้แล้วละก็ ตามผมมาได้เลยครับ

การออกแบบตัวเครื่อง สามารถเป็นได้ทั้ง Tablet และ Notebook ครับ สะดวกมากเลย ความบางของเครื่องนี้อยู่ที่ 15.6 mm หน้าจอรองรับระบบ Multi Touch มากถึง 5 จุด, สามารถปรับได้ 4 Mode คือ Laptop Mode, Stand Mode, Tent Mode และ Tablet Mode โดยมันสามารถพับกลับด้านไปด้านหลังได้เลย ด้านซ้ายของเครื่องมีช่องต่อหูฟัง, USB 2.0, HDMI, ลำโพง และปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง ด้านขวามีพอร์ต USB 2.0, Card Reader Port, Adaptor Port, ปุ่ม Rotate ไว้ล็อคหน้าจอ, ลำโพง

เครื่องนี้มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล ARM Cortex-A9 nVidia Tegra3 Quad-Core Processor, RAM 2 GB DDR3L, Memory 64 GB SSD, หน้าจอขนาด 11.6” แบบ Widescreen 16:9 ความละเอียด 1366×768 Pixels, กล้องความละเอียด 1 MP 720p HD, ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows RT, รองรับ Bluetooth, น้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 1.27 กิโลกรัม, Keyboard แบบ AccuType Keyboard, Battery เค้าบอกว่าสามารถใช้งานได้ 13 Hours, ราคาอยู่ที่ประมาณ 31,900 บาท

สำหรับข้อแนะนำนั้นเค้าบอกว่าหากเรากางหน้าจอ มากกว่า 120 องศา จะทำให้แป้นพิมพ์ไม่ทำงาน จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการเผลอไปกดโดนปุ่มอะไรเข้าครับ เค้าออกแบบมาได้ดีจริงๆ ใส่ใจทุกรายละเอียดเลยก็ว่าได้ หากท่านชอบงานดีไซน์ ประสิทธิภาพระดับปานกลาง – สูง และน้ำหนักเบา ตัวนี้ OK ครับ ไว้ใจได้

Samsung ATIV Smart PC Tablet 2 in 1 11.6 inch

มาพร้อมกับความยิ่งใหญ่อีกแล้วครับพี่น้อง ค่ายพี่ซัมได้งัดเอาเจ้าตัวแรงตัวนี้มาให้เราได้ทำการรีวิวกันอย่างจุใจ หากใครที่กำลังเล็ง Tablet แบบ 2 in 1 อยู่ละก็ต้องไม่พลาดกับตัวนี้ครับ เพราะนอกจากจะสามารถใช้งานเป็น Tablet ได้แล้ว เมื่อเสียบเข้ากับแป้นพิมพ์ก็จะกลายเป็น Mini Notebook ทันที อยากรู้จักกันแล้วใช่ไหมละครับ เรามาดูกันว่ามันจะมีดีสักแค่ไหน เข้ามาดูด้านในครับ

การดีไซน์ภายนอกทำได้ละเอียดดีมากครับ เก็บงานได้ดี หน้าจอเป็นแบบ Touch Screen ที่รองรับระบบ Multi Touch เป็นหน้าจอแบบ LED HD Glossy เงางาม แต่ต้องระวังเรื่องรอยนิ้วมือที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับจอเงาๆ แบบนี้ครับ ด้านหลังมีกล้องรูปร่างหน้าตาเป็นกล้องทรง 4 เหลี่ยม จัตุรัส ถูกออกแบบให้อยู่บริเวณด้านบนตรงกลาง ถัดลงมาเป็น Logo Samsung แบบเงาสีโครเมียม นอกจากนั้นยังมีปากกา Stylus สำหรับการขีดเขียนอีกด้วย

เครื่องนี้ใช้หน่วยประมวลผลของ Intel Atom Processor Z2760 1.8 GHz, หน้าจอขนาด 11.6″ ความละเอียด 1366 x 768 Pixels, RAM 2 GB แบบ DDR2L, Memory 64GB, กล้องด้านหน้ามีความละเอียด 2.0 MP มีไมค์ในตัว, รองรับ wireless LAN 802.11 a/b/g/n, Bluetooth เวอร์ชั่น 4.0, พอร์ตเชื่อมต่อสำคัญเช่น Micro HDMI, USB 2.0, Micro SD, keyboard ที่ให้มาแป้นพิมพ์เป็นแบบ Chicklet, Battery สามารถใช้งานได้นาน 9.7 hours, มีการรับประกันสินค้า 1 ปี, ราคาอยู่ที่ประมาณ 23260 บาท

เป็นอย่างไรบ้างครับได้รู้จักสเปค และการดีไซน์คร่าวๆ กันไปแล้ว แม้จะมีราคาที่สูงสักหน่อยแต่ถ้าพอมีเงิน และชอบการดีไซน์กับประสิทธิภาพ ตัวนี้น่าสนใจครับ

Asus fonepad 7 inch

เอกลักษณ์แห่งความเลิศหรู สุดอลังการงานสร้างด้วย ประสิทธิภาพการทำงานที่เรียกได้ว่าสุดๆ ให้งานของคุณเป็นจริงได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส การดีไซน์ที่เรียบหรู การใช้งานที่สะดวกสบาย พร้อมแล้วที่จะให้ทุกท่านได้รับชมความยิ่งใหญ่ เราไม่ได้มีดี แค่คอมพิวเตอร์ แต่เรายังสร้างความสุขให้กับท่านผ่านอุปกรณ์ IT อื่นๆ อีกด้วย พร้อมที่จะเข้าสู่โลกยุคดิจิตอลแล้วหรือยัง อย่ามัวรอช้า ตามผมมาครับ

ด้านการออกแบบตัวเครื่องนั้น ทางพี่ Asus บอกว่าเจ้าตัวนี้ทำมาจากวัสดุอลูมิเนียมสีเงิน ครับทำให้มีน้ำหนักเบา แต่แข็งแรง ทนทาน เรามาดูพอร์ตสำคัญกันดีกว่า ด้านบนของตัวเครื่องจะมีรูเสียบไมค์ ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง กับปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ด้านบนบริเวณหลังเครื่อง สามารถเปิดออกมาได้ ตรงนี้เอาไว้ใส่ Micro Sim และ MicroSD ครับ เล่นซ่อนกันแบบนี้ งานละเอียดดีจริงๆ

ตัวนี้มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Intel Atom Z2420 แบบ Single Core 1.2 GHz หน้าจอแบบ IPS-LCD ขนาด 7”, รองรับระบบสัมผัสแบบ Multi Touch, RAM 1 GB, Memory 8 GB, กล้องด้านหน้าความละเอียด 3 MP, กล้องด้านหลังความละเอียด 1.2 MP, สามารถถ่าย VDO ที่ระดับความละเอียด HD 720p, การ์ดหน่วยความจำรองรับ micro SD สามารถเพิ่มได้ถึง 32 GB, ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2, Battery แบบ Li – ion น้ำหนักประมาณ 340 กรัม, ราคาอยู่ที่ 7,900 บาท

ใครที่ต้องการ Tablet ราคาไม่ถึงหมื่น ประสิทธิภาพสูง สามารถพกพาไปด้วยได้ทุกที่ ทุกเวลา อำนวยความสะดวกให้การทำงาน ตัวนี้นับว่าเป็นอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจ และสามารถหามาครอบครองครับ และที่สำคัญสามารถใช้เป็นโทรศัพท์ได้อีกด้วย สุดยอด และครบครันขนาดนี้คงต้องลอง

Sony VAIO Tap 11 Tablet 2 in 1 11.6 inch

สาวก Sony พร้อมที่จะทำความรู้จักกับ VAIO Tap 11 แล้วหรือยัง เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่กับ Tablet ลูกผสม ที่สามารถใช้งานเป็น Tablet หรือ จะใช้เป็น Notebook ก็ย่อมได้ ด้วยประสิทธิภาพการทำงานระดับไฮคราส การดีไซน์ที่สวยงาม โฉบเฉี่ยว โดนใจใครหลายคน ทำให้ Sony VAIO Tap 11 เข้าไปนั่งในหัวใจ พร้อมแล้วที่จะเปิดเผยความยิ่งใหญ่ให้โลกรู้ แล้วคุณละพร้อมหรือยัง

ตัวนี้มาพร้อมกับการออกแบบด้วยสีขาวล้วนทั้งตัวเลยครับ และก็ทำออกมาแค่เพียงสีเดียวเสียด้วย ที่ดูหรูหราคือมีขอบเงินรอบตัวเครื่อง วัสดุตัวเครื่องฝาหลังทำจากแมกนีเซียม มีขาตั้งติดมาให้ด้วย เป็นขาตั้งที่สามารถปรับองศาได้อย่างอิสระ ตัวเครื่องบาง 9.9 mm ส่วนทางคีย์บอร์ดบาง 4.25 mm นับว่าบางมากเลยทีเดียว ด้านบนจะมีช่องระบายอากาศ นอกจากนั้นยังมีคีย์บอร์ดแบบ Wireless แถมมากับตัวเครื่องอีกด้วย เพิ่มความสะดวกในการใช้งานมากมายครับ

มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล CPU Core i5-4210Y 1.5GHz with Turbo Boost 1.9GHz, RAM 4GB, Memory 128GB SSD, รองรับ WiFi, Bluetooth 4.0, NFC, หน้าจอขนาด 11.6” TRILUMINOS ความละเอียดหน้าจอ 1920 x 1080 Pixels, กล้องด้านหลังความละเอียด 8 MP ExmorRS ส่วนกล้องด้านหน้าความละเอียด 1 MP ExmorR มีแอพพลิเคชั่นที่น่าสนใจคือ CamScanner สามารถใช้ถ่ายเอกสารได้, มีปากกา และ Case Keyboard แถมมาให้ด้วย

พอร์ตที่สำคัญ อาทิเช่น ช่องเสียบ USB 3.0, Micro HDMI, microSD สำหรับตัว Keyboard นั้นมีแม่เหล็กดูดติดกับแท็บเล็ตเวลาประกบ ด้านบนคีย์บอร์ดทำจากพลาสติกเป็น Wireless Keyboard ราคาอยู่ที่ประมาณ 39,900 บาท ใครที่สนใจค่าย Sony ตัวนี้น่าลองครับ แต่ต้องมีงบหนาสักหน่อยแล้วค่อยสอยนะตะเอง

G-pad 10.0 Excellent II 10 inch

สวัสดีครับมิตรรักแฟนเพลงทุกท่าน วันนี้มาแนวศิลปินนิดนึง เช่นเคยครับผมคนเดิมที่จะนำเอาข้อมูลข่าวสารสินค้าไอทีมารีวิวให้กับท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านได้อ่านกัน เจ้า G-pad ตัวนี้เองที่หลายคนสนใจและอยากรู้รายละเอียดภายในของมัน ดังนั้นผมจึงจัดให้ตามคำขอครับ หากท่านใดที่ไม่ค่อยสนใจ Tablet แบรนด์ดังๆ แต่ขอแค่ให้มันเป็น Tablet ที่ราคาพอสู้ไหว และมีประสิทธิภาพเพียงพอกับการช่วยงานท่านเล็กๆ น้อยๆ ลองอ่านรีวิวนี้ดูครับ อาจจะช่วยท่านได้

การออกแบบรูปร่างภายนอกของเครื่อง ทำได้ค่อนข้างดีครับ ประณีตในระดับหนึ่ง หน้าจอเป็นแบบเงา ในส่วนของวัสดุรอบๆตัวเครื่องจะเป็นพลาสติกทั้งหมดดังนั้นหมดกังวลได้เลยเรื่องน้ำหนัก ด้านหน้าไม่มีปุ่มอะไรเลยครับจะเห็นก็แต่กล้องที่ถูกติดตั้งบริเวณมุมบนขวาเท่านั้น, ด้านบนของตัวเครื่องมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่มกดเพื่อเข้าสู่เมนู ด้านขวามีปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง และช่องเสียบหูฟัง 3.5 mm, ด้านซ้ายมี ช่องลำโพง, ช่องชาร์จแบต, MicroUSB 2 ช่อง, HDMI, MicroSD card ทางด้านหลังเครื่องนั้นมีกล้องบริเวณมุมบนซ้าย

สเปคของเครื่องแรงแค่ไหนมาดูกัน เริ่มจากหน่วยประมวลผล Dual Core 1.6 GHz, RAM 1 GB, Memory 8 GB, หน้าจอขนาด 10” แบบ IPS ความละเอียด 1024 x 720 Pixels, ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.1 Jelly Bean, การ์ดความจำสามารถ upgrade ได้มากสุดถึง 32 GB, กล้องด้านหน้าความละเอียด 2 MP, กล้องด้านหลังความละเอียด 3 MP, รองรับ Flash Player, รองรับ GPS, และ Wifi, Battery Li – ion ราคา 9,999 บาท

และนี้ก็เป็น Tablet อีกหนึ่งรุ่นที่ราคาไม่ถึงหมื่น แต่ประสิทธิภาพสูง สนใจรีบจับจองนะครับ ช้าหมด อดไม่รู้ด้วยนะเอ้า

Archos 80 G9 8 inch

อีกขั้นของความแรงไร้ขีดจำกัด ที่ทุกคนต้องการ กลับมาพบกันอีกเช่นเคยนะครับ สำหรับวันนี้ผมมีข่าวคราวของ Tablet จากค่าย Archos มาฝากท่านผู้อ่านทุกท่าน ใครที่ไม่เคยได้ยินชื่อยี่ห้อนี้ก็ลองอ่านๆ ดูครับ แล้วจะรู้ว่า นอกจากยี่ห้อดังๆ แล้วยังมียี่ห้ออื่นที่มีประสิทธิภาพพอที่จะทัดเทียมกันได้ โดยที่เรายังคงจ่ายเงินเท่าเดิม อยากรู้จักเจ้าตัวนี้มาขึ้นแล้วใช่ไหมละครับ ถ้าเช่นนั้น ตามข้าพเจ้ามาได้เลย

เริ่มจากการออกแบบรูปร่างหน้าตาภายนอกของเครื่องกันก่อน เจ้าตัวนี้ใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทานดีมาก การประกอบก็ประณีต เก็บรายละเอียดได้ดี ด้านหน้าไม่มีปุ่มอะไรให้รกตา หน้าจอเป็นหน้าจอแบบ เงา Glossy ยังไงถ้าใช้ก็ระวังเรื่องรอยนิ้วมือกันบ้างก็แล้วกันครับ เค้าออกแบบมาให้มีขาค้ำด้านหลังมาด้วย ซึ่งเป็นอะไรที่น่าสนใจอย่างมากครับ ต่อมาเราลองมาดูพอร์ตที่ใช้งานกันบ้างว่าจัดมาให้เต็มแค่ไหน

ด้านขวาเป็นปุ่ม เพิ่ม – ลด เสียง ด้านซ้ายปุ่มที่อยู่ตรงกลางจะเป็นปุ่ม เปิด – ปิด และ Standby เครื่อง, Micro USB, ช่องเสียบหูฟัง-ลำโพง, Mini HDMI, ช่องเสียบชาร์จไฟ, ด้านหลังจะเป็นช่องเสียบ USB Air Card สำหรับเชื่อมต่อ Internet ด้านสเปคเครื่องเริ่มจาก หน่วยประมวลผลใช้ของ ARM Cortex A9 dual- core 1.2 GHz, ใช้ระบบปฏิบัติการ Android version 3.2.1 Honeycomb

ขนาดหน้าจอ 8” ความละเอียด 1024 x 768 Pixels, กล้องหน้าความละเอียด 1280 x 720 Pixels, Memory 250 GB, รองรับ 3G USB Stick (7.2 Mbps Download), WiFi (802.11 b/g/n), รองรับ Bluetooth version 2.1+ EDR, ราคาอยู่ที่ 15,900 บาท หากท่านมีงบประมาณจำกัดแต่ต้องการของดี ตัวนี้เป็นอีกตัวหนึ่งที่น่าลองครับ

Microsoft Surface Pro 10.6 inch

ที่สุดแห่ง Tablet ที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักธุรกิจ สำหรับท่านที่เน้นการใช้งานในสไตล์ธุรกิจ เจ้าตัวนี้เหมาะสมกับท่านเป็นที่สุด ด้วยประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง ที่ต้องยกนิ้วให้ และการดีไซน์รูปร่างหน้าตาได้น่าใช้เป็นอย่างยิ่ง หากใครที่ได้สัมผัสกับตัวจริงแล้ว ยากที่จะอดใจไหว หากท่านผู้อ่านอยากรู้จักเจ้าตัวแรง ตัวนี้แล้วละก็ จะมัวรีรออะไรอยู่ครับตามผมมาดูรายละเอียดด้านในกันดีกว่า

ด้านรูปลักษณ์ภายนอกมองดูก็รู้ทันทีครับว่าสร้างมาเพื่อการทำงานโดยเฉพาะ ทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้า ขอบมน หน้าจอ สีดำ Glossy ขนาด 10.6” แบบ ClearType ให้ท่านทำงานได้สะดวก เห็นได้ชัดเจน เต็มอิ่ม จุใจ ด้านหลังมีขาตั้ง kickstand ตัวเครื่องผลิตขึ้นมาจากวัสดุประเภทแมกนีเซียมจึงมั่นใจได้ในเรื่องความทนทาน แต่น้ำหนักเบา ด้านหลังมีกล้องติดอยู่บริเวณโซนกลางด้านบนของเครื่อง พอร์ตเสียบสายชาร์จ Battery เป็นแม่เหล็กดูดติดแล้วชาร์จได้ทันที สะดวกดีครับ

ด้านสเปคของเครื่อง ใช้หน่วยประมวลผล Intel Core i5 3rd Generation, RAM 4 GB, Memory 128GB, หน้าจอขนาด 10.6” ความละเอียด Full HD 1920×1080 Pixels รองรับระบบ Multi Touch มากถึง 10 จุด, ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 8, รองรับ USB 3.0, WiFi, Bluetooth 4.0, มีปากกา Stylus มาให้ด้วย สำหรับด้านการอำนวยความสะดวก ที่ Adapter มีช่องสำหรับเสียบ USB สำหรับเอาไว้ Charge Battery มือถือ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้ครับ

ด้านขวามีพอร์ต Mini Display, ช่องเสียบปากกา, MicroSDXC Card ด้านซ้ายมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 mm, ปุ่มปรับระดับเสียง, USB 3.0 ด้านราคาอาจจะสูงสักหน่อยอยู่ที่ 31500 บาท แค่นี้สำหรับนักธุรกิจพันล้าน ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกครับ หากอยากลองก็สามารถหาซื้อมาลองได้ครับ

HP ENVY x2 Tablet กึ่ง Notebook

กระแส Tablet กำลังมาแรงมากในตอนนี้ หากผมจะไม่พูดถึงก็จะยังไงอยู่ แต่ตัวที่ผมนำมารีวิวในวันนี้นั้น เป็น Tablet ที่ผสมกับ Notebook ครับ ใครที่กำลังมองหาแบบนี้อยู่ ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะท่านอาจจะเสียใจ ว่าแล้วเราก็มาดูกันเลยดีกว่า ว่ามันจะมีประสิทธิภาพอย่างที่โฆษณาไว้หรือไม่ และ ทำไมจึงทำให้ใครหลายคนอยากเป็นเจ้าของเจ้าตัวนี้กันนัก พร้อมแล้ว ไปกันเลย

ตัวนี้เป็น Tablet ที่เมื่อต่อเข้ากับตัวเครื่องของ Notebook ได้ครับ สามารถใช้งานได้ทั้ง 2 แบบ สะดวกมากมายครับ การออกแบบเรียบหรู แต่ดูดีครับ ตัวเครื่องผลิตจากอะลูมิเนียม ทำให้มีน้ำหนักเบา แต่มีความแข็งแรง เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน ความหนาของตัวเครื่องเพียง 8.5 mm เท่านั้นเองครับ ใครที่ชอบของบางได้มีเฮกันแน่ หน้าจอเป็นระบบสัมผัส ด้านซ้ายของเครื่องเริ่มจากช่อง HDMI, USB และช่องเสียบหูฟัง ทางด้านขวาของตัวเครื่องเป็นช่องใส่การ์ด Micro SD, และ USB ส่วนทางด้านบนมี ช่องเสียบหูฟัง ขั้วต่ออุปกรณ์ และช่องใส่ MicroSD

เราลองมาดูสเปคเครื่องกันบ้างดีกว่าครับ ตัวนี้ใช้หน่วยประมวลผล Intel Atom Clover Trail, หน้าจอแบบ IPS ขนาด 11.6” ความละเอียด 1366 x 768 Pixels, ระบบปฏิบัติการ Windows 8, Memory 64GB, สามารถใช้ปากกา Stylus, ระบบเสียงแบบ Beats Audio, กล้องด้านหลังมีความละเอียดถึง 8 MP, Network รองรับ 802.11n Wi-Fi, Bluetooth, NFC, ราคาอยู่ที่ 29,990 บาท

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับตัวแรงของเรา ใครที่สนใจ Tablet แบบ 2 in 1 ตัวนี้เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากครับ รับรองว่าถ้าซื้อมาแล้วไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน แล้วพบกันใหม่ในบทความรีวิวหน้าครับ

Lenovo ThinkPad Tablet 2 10.1 inch

หลังจากที่มีกระแสความแรงของ Tablet ออกมาให้เห็นกันอย่างมากมาย ทั้งทางโทรทัศน์ และ สื่อต่างๆ ทำให้คอไอทีหลายท่านอยากมี Tablet สักเครื่องไว้ครอบครอง และวันนี้ผมมี Tablet จากค่าย Lenovo มานำเสนอครับ ใครที่เป็นสาวก Lenovo ต้องอ่านบทความรีวิวนี้ครับ ไม่งั้นเสียดายแย่ ว่าแล้วเราก็เข้ามาดูสเปค และการออกแบบเครื่องด้านในกันเลยดีกว่า Let’s go

การออกแบบหน้าจอทำได้ประณีตครับ หน้าจอเป็นแบบเงา ด้านหน้าไม่มีปุ่มอะไรให้กวนสายตา เป็นหน้าจอที่รองรับระบบ Touch Screen แบบ multi touch ด้วย ตัวเครื่องบางเบา วัสดุที่ใช้ทำฝาหลังคล้ายยางครับ จับแล้วจะได้ไม่ลื่นมือ นอกจากนั้นยังมีที่เก็บปากกาบริเวณด้านซ้าย หน้าจอ IPS สีสันสดใสเป็นธรรมชาติดีมาก รองรับการใช้ปากกาสำหรับจิ้มๆ เขียนๆ พอร์ตที่สำคัญเช่น microSD, Micro USB, USB และ mini HDMI เรามาดูสเปคเครื่องกันบ้างดีกว่า

หน่วยประมวลผลของเครื่องใช้ Intel Atom Z2760 Dual-core 1.8GHz, RAM 2GB, Memory 64GB, รองรับ 3G ทุกค่าย, รองรับ Wi-Fi, Bluetooth 4.0, หน้าจอ 10.1” แบบ IPS ความละเอียด 1366 x 768 Pixels, ระบบปฏิบัติการ Windows 8 Pro, ตัวเครื่องบางมากครับเพียง 9.8 mm, น้ำหนักโดยรวมประมาณ 600 กรัม, กล้องด้านหน้าความละเอียด 2 MP, กล้องด้านหลังความละเอียด 8 MP, นอกจากนั้นยังมีปากกา digitizer พร้อมที่เก็บอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ชื่นชอบการขีดเขียน, ระยะเวลาใช้งานได้ประมาณ 9 ชั่วโมง, ราคาสำหรับเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 26,900 บาท นับว่าค่อนข้างจะสูงไปหน่อยครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับหวังว่ารีวิวนี้คงจะทำให้หลายคนได้ไอเดียก่อนซื้อ Tablet กันไม่มากก็น้อย แต่ผมคิดว่าด้วยงบขนาดนี้สามารถเล่น Notebook ได้อย่างสบายๆ ก็แล้วแต่ความชอบครับ

ASUS Vivo Tab RT Tablet 2 in 1

ตัวแรงแห่งค่าย ASUS สาวก ASUS คงได้ปลื้มกันอีกครั้งกับ Vivo Tab RT สำหรับท่านที่กำลังมองหา Tablet ดีๆ สักเครื่อง และต้องการแบบเบามือ ทน ประสิทธิภาพเยี่ยม ขอแนะนำตัวนี้เลยครับ และก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับสเปคของเจ้าตัวนี้ เราลองมาดูด้านรูปลักษณ์ภายนอก และการออกแบบกันก่อนจะดีกว่า หากทุกท่านพร้อมแล้วละก็ ตามข้าพเจ้าเข้ามาดูด้านในได้เลยจ้า

สำหรับตัวนี้เป็น 2 in 1 Tablet ครับ โดยท่านสามารถเลือกใช้ให้มันเป็น Tablet หรือ Notebook สำหรับการพิมพ์งานก็สามารถทำได้ โดยการเสียบหน้าจอเข้ากับตัวแป้นพิมพ์ ตัวหน้าจอมาในโทนสีดำแบบ Glossy เงางาม แต่ข้อเสียก็คือจะเป็นรอยนิ้วมือได้ง่าย ด้านหลังมีกล้องอยู่ตรงกลางโซนบนของเครื่อง ส่วนบริเวณตรงกลางเป็น Logo ASUS พอร์ตที่น่าสนใจมีดังนี้ครับ ด้านซ้ายเริ่มจากตัวปลดล็อค Tablet ออกจากแป้นพิมพ์, ช่องใส่ซิม, ช่องเสียบ Micro SD

ด้านขวาของเครื่องเป็นที่เสียบหูฟัง, ปุ่มเพิ่ม – ลดเสียง, ด้านบนมีปุ่มล็อคหน้าจอ, ตัวแป้นพิมพ์ออกแบบมาให้ในสไตล์ Chicklet ระยะห่างกำลังพอดี เราลองมาดูสเปคของเครื่องกันบ้างดีกว่า เริ่มจากหน่วยประมวลผลใช้ของ Nvidia Tegra 3, ระบบปฏิบัติการ Windors RT, RAM 2 GB, Memory 64 GB, หน้าจอขนาด 10.1” ความละเอียดของหน้าจอ 1366×768 Pixels

หน้าจอเป็นหน้าจอแบบ IPS LCD, กล้องด้านหน้าความละเอียด 2 MP, กล้องด้านหลังความละเอียด 8 MP, รองรับ GPS, , Bluetooth version 4.0, รองรับ 3G, รองรับ Wifi 802.11 b/g/h, Battery Li – Polymer ราคาเจ้า Tablet ตัวนี้อยู่ที่ 28,900 บาท ท่านใดที่พอจะมีงบประมาณหน่อยก็สามารถหามาลองได้ครับ คิดว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปอย่างแน่นอน