Microsoft Surface Pro 10.6 inch

ที่สุดแห่ง Tablet ที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักธุรกิจ สำหรับท่านที่เน้นการใช้งานในสไตล์ธุรกิจ เจ้าตัวนี้เหมาะสมกับท่านเป็นที่สุด ด้วยประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง ที่ต้องยกนิ้วให้ และการดีไซน์รูปร่างหน้าตาได้น่าใช้เป็นอย่างยิ่ง หากใครที่ได้สัมผัสกับตัวจริงแล้ว ยากที่จะอดใจไหว หากท่านผู้อ่านอยากรู้จักเจ้าตัวแรง ตัวนี้แล้วละก็ จะมัวรีรออะไรอยู่ครับตามผมมาดูรายละเอียดด้านในกันดีกว่า

ด้านรูปลักษณ์ภายนอกมองดูก็รู้ทันทีครับว่าสร้างมาเพื่อการทำงานโดยเฉพาะ ทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้า ขอบมน หน้าจอ สีดำ Glossy ขนาด 10.6” แบบ ClearType ให้ท่านทำงานได้สะดวก เห็นได้ชัดเจน เต็มอิ่ม จุใจ ด้านหลังมีขาตั้ง kickstand ตัวเครื่องผลิตขึ้นมาจากวัสดุประเภทแมกนีเซียมจึงมั่นใจได้ในเรื่องความทนทาน แต่น้ำหนักเบา ด้านหลังมีกล้องติดอยู่บริเวณโซนกลางด้านบนของเครื่อง พอร์ตเสียบสายชาร์จ Battery เป็นแม่เหล็กดูดติดแล้วชาร์จได้ทันที สะดวกดีครับ

ด้านสเปคของเครื่อง ใช้หน่วยประมวลผล Intel Core i5 3rd Generation, RAM 4 GB, Memory 128GB, หน้าจอขนาด 10.6” ความละเอียด Full HD 1920×1080 Pixels รองรับระบบ Multi Touch มากถึง 10 จุด, ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 8, รองรับ USB 3.0, WiFi, Bluetooth 4.0, มีปากกา Stylus มาให้ด้วย สำหรับด้านการอำนวยความสะดวก ที่ Adapter มีช่องสำหรับเสียบ USB สำหรับเอาไว้ Charge Battery มือถือ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้ครับ

ด้านขวามีพอร์ต Mini Display, ช่องเสียบปากกา, MicroSDXC Card ด้านซ้ายมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 mm, ปุ่มปรับระดับเสียง, USB 3.0 ด้านราคาอาจจะสูงสักหน่อยอยู่ที่ 31500 บาท แค่นี้สำหรับนักธุรกิจพันล้าน ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกครับ หากอยากลองก็สามารถหาซื้อมาลองได้ครับ

HP ENVY x2 Tablet กึ่ง Notebook

กระแส Tablet กำลังมาแรงมากในตอนนี้ หากผมจะไม่พูดถึงก็จะยังไงอยู่ แต่ตัวที่ผมนำมารีวิวในวันนี้นั้น เป็น Tablet ที่ผสมกับ Notebook ครับ ใครที่กำลังมองหาแบบนี้อยู่ ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะท่านอาจจะเสียใจ ว่าแล้วเราก็มาดูกันเลยดีกว่า ว่ามันจะมีประสิทธิภาพอย่างที่โฆษณาไว้หรือไม่ และ ทำไมจึงทำให้ใครหลายคนอยากเป็นเจ้าของเจ้าตัวนี้กันนัก พร้อมแล้ว ไปกันเลย

ตัวนี้เป็น Tablet ที่เมื่อต่อเข้ากับตัวเครื่องของ Notebook ได้ครับ สามารถใช้งานได้ทั้ง 2 แบบ สะดวกมากมายครับ การออกแบบเรียบหรู แต่ดูดีครับ ตัวเครื่องผลิตจากอะลูมิเนียม ทำให้มีน้ำหนักเบา แต่มีความแข็งแรง เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน ความหนาของตัวเครื่องเพียง 8.5 mm เท่านั้นเองครับ ใครที่ชอบของบางได้มีเฮกันแน่ หน้าจอเป็นระบบสัมผัส ด้านซ้ายของเครื่องเริ่มจากช่อง HDMI, USB และช่องเสียบหูฟัง ทางด้านขวาของตัวเครื่องเป็นช่องใส่การ์ด Micro SD, และ USB ส่วนทางด้านบนมี ช่องเสียบหูฟัง ขั้วต่ออุปกรณ์ และช่องใส่ MicroSD

เราลองมาดูสเปคเครื่องกันบ้างดีกว่าครับ ตัวนี้ใช้หน่วยประมวลผล Intel Atom Clover Trail, หน้าจอแบบ IPS ขนาด 11.6” ความละเอียด 1366 x 768 Pixels, ระบบปฏิบัติการ Windows 8, Memory 64GB, สามารถใช้ปากกา Stylus, ระบบเสียงแบบ Beats Audio, กล้องด้านหลังมีความละเอียดถึง 8 MP, Network รองรับ 802.11n Wi-Fi, Bluetooth, NFC, ราคาอยู่ที่ 29,990 บาท

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับตัวแรงของเรา ใครที่สนใจ Tablet แบบ 2 in 1 ตัวนี้เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากครับ รับรองว่าถ้าซื้อมาแล้วไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน แล้วพบกันใหม่ในบทความรีวิวหน้าครับ

Lenovo ThinkPad Tablet 2 10.1 inch

หลังจากที่มีกระแสความแรงของ Tablet ออกมาให้เห็นกันอย่างมากมาย ทั้งทางโทรทัศน์ และ สื่อต่างๆ ทำให้คอไอทีหลายท่านอยากมี Tablet สักเครื่องไว้ครอบครอง และวันนี้ผมมี Tablet จากค่าย Lenovo มานำเสนอครับ ใครที่เป็นสาวก Lenovo ต้องอ่านบทความรีวิวนี้ครับ ไม่งั้นเสียดายแย่ ว่าแล้วเราก็เข้ามาดูสเปค และการออกแบบเครื่องด้านในกันเลยดีกว่า Let’s go

การออกแบบหน้าจอทำได้ประณีตครับ หน้าจอเป็นแบบเงา ด้านหน้าไม่มีปุ่มอะไรให้กวนสายตา เป็นหน้าจอที่รองรับระบบ Touch Screen แบบ multi touch ด้วย ตัวเครื่องบางเบา วัสดุที่ใช้ทำฝาหลังคล้ายยางครับ จับแล้วจะได้ไม่ลื่นมือ นอกจากนั้นยังมีที่เก็บปากกาบริเวณด้านซ้าย หน้าจอ IPS สีสันสดใสเป็นธรรมชาติดีมาก รองรับการใช้ปากกาสำหรับจิ้มๆ เขียนๆ พอร์ตที่สำคัญเช่น microSD, Micro USB, USB และ mini HDMI เรามาดูสเปคเครื่องกันบ้างดีกว่า

หน่วยประมวลผลของเครื่องใช้ Intel Atom Z2760 Dual-core 1.8GHz, RAM 2GB, Memory 64GB, รองรับ 3G ทุกค่าย, รองรับ Wi-Fi, Bluetooth 4.0, หน้าจอ 10.1” แบบ IPS ความละเอียด 1366 x 768 Pixels, ระบบปฏิบัติการ Windows 8 Pro, ตัวเครื่องบางมากครับเพียง 9.8 mm, น้ำหนักโดยรวมประมาณ 600 กรัม, กล้องด้านหน้าความละเอียด 2 MP, กล้องด้านหลังความละเอียด 8 MP, นอกจากนั้นยังมีปากกา digitizer พร้อมที่เก็บอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ชื่นชอบการขีดเขียน, ระยะเวลาใช้งานได้ประมาณ 9 ชั่วโมง, ราคาสำหรับเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 26,900 บาท นับว่าค่อนข้างจะสูงไปหน่อยครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับหวังว่ารีวิวนี้คงจะทำให้หลายคนได้ไอเดียก่อนซื้อ Tablet กันไม่มากก็น้อย แต่ผมคิดว่าด้วยงบขนาดนี้สามารถเล่น Notebook ได้อย่างสบายๆ ก็แล้วแต่ความชอบครับ

ASUS Vivo Tab RT Tablet 2 in 1

ตัวแรงแห่งค่าย ASUS สาวก ASUS คงได้ปลื้มกันอีกครั้งกับ Vivo Tab RT สำหรับท่านที่กำลังมองหา Tablet ดีๆ สักเครื่อง และต้องการแบบเบามือ ทน ประสิทธิภาพเยี่ยม ขอแนะนำตัวนี้เลยครับ และก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับสเปคของเจ้าตัวนี้ เราลองมาดูด้านรูปลักษณ์ภายนอก และการออกแบบกันก่อนจะดีกว่า หากทุกท่านพร้อมแล้วละก็ ตามข้าพเจ้าเข้ามาดูด้านในได้เลยจ้า

สำหรับตัวนี้เป็น 2 in 1 Tablet ครับ โดยท่านสามารถเลือกใช้ให้มันเป็น Tablet หรือ Notebook สำหรับการพิมพ์งานก็สามารถทำได้ โดยการเสียบหน้าจอเข้ากับตัวแป้นพิมพ์ ตัวหน้าจอมาในโทนสีดำแบบ Glossy เงางาม แต่ข้อเสียก็คือจะเป็นรอยนิ้วมือได้ง่าย ด้านหลังมีกล้องอยู่ตรงกลางโซนบนของเครื่อง ส่วนบริเวณตรงกลางเป็น Logo ASUS พอร์ตที่น่าสนใจมีดังนี้ครับ ด้านซ้ายเริ่มจากตัวปลดล็อค Tablet ออกจากแป้นพิมพ์, ช่องใส่ซิม, ช่องเสียบ Micro SD

ด้านขวาของเครื่องเป็นที่เสียบหูฟัง, ปุ่มเพิ่ม – ลดเสียง, ด้านบนมีปุ่มล็อคหน้าจอ, ตัวแป้นพิมพ์ออกแบบมาให้ในสไตล์ Chicklet ระยะห่างกำลังพอดี เราลองมาดูสเปคของเครื่องกันบ้างดีกว่า เริ่มจากหน่วยประมวลผลใช้ของ Nvidia Tegra 3, ระบบปฏิบัติการ Windors RT, RAM 2 GB, Memory 64 GB, หน้าจอขนาด 10.1” ความละเอียดของหน้าจอ 1366×768 Pixels

หน้าจอเป็นหน้าจอแบบ IPS LCD, กล้องด้านหน้าความละเอียด 2 MP, กล้องด้านหลังความละเอียด 8 MP, รองรับ GPS, , Bluetooth version 4.0, รองรับ 3G, รองรับ Wifi 802.11 b/g/h, Battery Li – Polymer ราคาเจ้า Tablet ตัวนี้อยู่ที่ 28,900 บาท ท่านใดที่พอจะมีงบประมาณหน่อยก็สามารถหามาลองได้ครับ คิดว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปอย่างแน่นอน

Toshiba Excite Write 10.1 inch

โตชิบ้าเปิดตัว Tablet สุดจี๊ดที่จะทำให้ใจท่านหวั่นไหว ด้วยประสิทธิภาพระดับเทพ บวกกับความกว้างของหน้าจอแบบเต็มอิ่ม ใครบ้างจะไม่อยากได้ วันนี้ผมจะนำท่านผู้อ่านทุกท่านไปทำความรู้จักกับเจ้าตัวแรงตัวนี้กัน เรามาดูกันซิว่ามันจะมีดีอะไรบ้าง และจะเจ๋งอย่างที่ใครๆ เขาว่ากันหรือไม่ สาวก Toshiba เตรียมตัวกันพร้อมหรือ ยัง หากท่านพร้อมแล้ว เราไปกันเลย

การดีไซน์โครงสร้าง และรูปลักษณ์ภายนอกของเครื่องทำได้ดีครับ รายละเอียดเนี๊ยบ วัสดุเกรดเยี่ยมทั้งนั้น แข็งแรง ทนทาน การประกอบก็ทำได้ประณีตมาก เจ้าตัวนี้มาพร้อมกับปากกา Trupen ที่เค้าบอกว่า สามารถตรวจจับความหนักเบาของการเขียนได้มากถึง 1024 ระดับ แม่เจ้าสุดยอด หน้าจอออกแบบมาพิเศษป้องกันการกระแทกหรือขีดข่วน ด้านบนมีปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง และไมโครโฟน ด้านซ้ายมีพอร์ตสำหรับชาร์จ Battery, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 mm, microUSB,Micro HDMI, microSD Card

เจ้าตัวนี้ใช้หน่วยประมวลผล Quad-Core ความเร็ว 1.8 GHz, RAM 2 GB, Memory 32 GB, ขนาดหน้าจอ 10.1” ความละเอียด 2560×1600 Pixels เป็นจอแบบ PixelPure PLS display ช่วยให้คมชัดขึ้น และมีมุมมองที่กว้างขึ้น, ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.2.1 Jelly Bean, รองรับการใช้งาน Wi-Fi, Bluetooth 4.0,GPS,Digital Compass, Sensor ที่สำคัญเช่น Gyroscope, Ambient Light Sensor, 3-axis Accelerometer

ในส่วนของปากกา Trupen เป็นของ wacom ครับ ถูกออกแบบมาให้เสมือนเรากำลังใช้ปากกาจริง นอกจากนั้นหัวปากกายังสามารถใช้เป็นยางลบได้อีกด้วย เรียกได้ว่าของจริงอายครับ ทางด้านหลังของเครื่องมีลำโพง สเตอริโอ Harman Kardon อยู่ทั้งซ้าย-ขวา ใช้เทคโนโลยี DTS Premium Voice Pro ให้เสียงที่คมชัด ราคาอยู่ที่ 22,900 บาท สาวก Toshiba มีเฮครับ

SAMSUNG Galaxy Note (3G) 8 inch

หลังจากที่ทุกท่านได้รู้จัก Model galaxy tab กันไปบ้างแล้ว วันนี้ผมจะมารีวิวตัวแรงอีกตัวหนึ่ง นั่นก็คือ Galaxy Note นั่นเองครับ ตัวนี้หลายท่านถึงกันอย่างมากมาย ว่าคุณภาพดี การใช้งานสะดวก ส่วนจะจริงหรือไม่ คงต้องไปหามาลองเองครับ แต่สำหรับเรื่องรีวิว และสเปคเราจะมาดูไปพร้อมๆ กันที่นี่ เวลานี้ครับ หากท่านเป็นสาวก Samsung แล้วละก็ ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

การดีไซน์ภายนอกสุดสวย ขอบมนทำได้ดีครับ เข้ากันกับตัวเครื่อง ทำให้ดูน่าใช้ น่าสัมผัส บริเวณด้านบน ตรงกลางจะมี Logo Samsung ติดอยู่ ด้านบนของ Logo เป็นลำโพง และกล้องนั่นเองครับ หน้าจอเป็น Touch Screen ที่รองรับ Multi Touch ครับ เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ด้านหลังจัดวางตำแหน่งกล้องตรงกลาง โซนบนของตัวเครื่อง ถัดจากกล้องลงมาเป็น Logo Samsung พอร์ตที่สำคัญ อาทิ เช่น USB v2.0, 3.5 mm Stereo Earjack, MicroSD, Micro USB, MHL

สเปคของเครื่องแรงมากครับด้วยหน่วยประมวลผล Quad Core Processor 1,6 GHz, RAM 2GB, Memory 16 GB, การ์ดเก็บข้อมูลเป็น MicroSD (อัพเกรดได้มากสุด 64 GB), หน้าจอ 8.0” TFT Technology, ความละเอียดหน้าจอ 1.280 x 800 Pixels, กล้องด้านหน้ามีความละเอียด 1.3 MP, ส่วนด้านหลังมีความละเอียด 5.0 MP, มี Sensor เช่น Accelerometer, Geo-magnetic, Light Sensor, Proximity Sensor available

ระบบ Network รองรับ Wi-Fi 802.11a/b/g/n 2.4, รองรับ Bluetooth นอกจากนั้นยังใช้ระบบปฏิบัติการ Android Jellybean 4.1.2 รองรับ 3G และ 2G น้ำหนักประมาณ 345 g มีการรับประกันสินค้า 1 ปี ราคา อยู่ที่ 13,900 บาท ใครที่ชื่นชอบ Technology ต้องไม่พลาดตัวนี้ครับ แม้ราคาจะสูงไปสักหน่อย แต่เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้รับแล้วรับรองว่าคุ้มมากๆ ครับ ช่วยงานได้เยอะ

DELL XPS 12 12.5 inch Tablet 2 in 1

เปิดตัวแรงเหมือนเคยครับกับ Tablet 2 in 1 จากทางค่าย Dell กำลังมาแรงครับ สำหรับ Tablet ที่เป็นได้ทั้ง Notebook ในตัว หลายท่านชอบในการออกแบบ และชอบที่ซื้อเครื่องเดียวแต่ได้ถึงสอง แล้วแต่แนวคิดของแต่ละคนครับ ชอบแบบไหนก็สรรหามาลอง มาใช้กันได้ แต่อย่าให้เกินงบประมาณก็แล้วกัน สำหรับวันนี้ผมจะเอาเจ้าตัวนี้มารีวิวให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันอย่างจุใจกันเลยที่เดียว ตามผมมาดูเครื่องในของเจ้าตัวนี้กันดีกว่าครับ

รูปร่างหน้าตาภายนอก สวยงาม สไตล์ Dell เช่นเคย แต่ที่เป็น Highlight คือ หน้าจอสามารถพลิกกลับ ปรับองศาได้ เหมือนใบพัดเลยครับ และยังสามารถถอดออกจากตัวแป้น Keyboard แล้วทำเป็น Tablet ได้อีกด้วย สุดยอดจริงๆ ครับ วัสดุทำมาจากอลูมิเนียมกับคาร์บอนไฟเบอร์ เบา แต่แข็งแรง ด้านหลังเครื่องเป็นวัสดุซอฟท์ทัชและคาร์บอนเคฟล่าร์ที่สามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี มี Logo Dell ตรงกลางเครื่องด้านหลัง

สำหรับ Keyboard เค้าบอกมาว่า มีระบบ spill-resistant ที่สามารถป้องกันน้ำหกใส่ได้ด้วย เราลองมาดูพอร์ตเชื่อมต่อที่สำคัญกันบ้างดีกว่าครับ เริ่มจากด้านซ้ายจะเห็น ปุ่มล็อคหน้าจอ, ช่องเสียบหูฟัง, สวิตช์เปิดปิดเครื่อง, ปุ่มปรับระดับเสียง และลำโพง ทางด้านขวาเริ่มจาก ลำโพง, ปุ่มวัดระดับแบตเตอรี่, USB 3.0 พอร์ต และ Mini Display Port, เจ้าตัวนี้ใช้หน่วยประมวลผล Intel Core i5-3317U 3M Cache 2.6 GHz

ระบบปฏิบัติการ Window 8, RAM 4 GB DDR3, หน้าจอขนาด 12.5” LED Backlit 1920X1080 Pixels, กล้องความละเอียด 1.3 MP, ราคาอยู่ที่ 49900 บาท อาจจะสูงสักหน่อยแต่รับรองได้ว่ามันคุ้มกับเงินทุกบาทจริงๆ

New Google Nexus7 7 inch

ห่างหายกันไปนานคิดถึงกันบ้างหรือเปล่าครับท่านผู้อ่านทุกท่าน สำหรับวันนี้ผมได้ไปทำความรู้จักกับเจ้า Google Nexus7 ที่หลายคนเริ่มพูดถึงกันมากขึ้นถึง ความแรง และความสวยงามของมัน ผมเลยไม่ลืมที่จะนำเอาข้อมูลของ Tablet ตัวนี้ มาทำการรีวิวให้ทุกท่านได้อ่านกัน ใครที่กำลังมองหา Tablet สักเครื่อง อ่านบทความนี้แล้วอาจจะได้ไอเดียในการเลือกซื้อมากขึ้นก็ได้ครับ เรามาดูด้านการออกแบบกันก่อนดีกว่าครับ

ภายนอกออกแบบได้หรูดีครับ หน้าจอแบบ Glossy สีดำ แบบ Touch Screen การประกอบตัวเครื่องทำได้ละเอียด ประณีตมากๆ เลย เรียกได้ว่า perfect ครับ ด้านหน้าไม่มีปุ่มอะไรมากครับแค่ 3 ปุ่มหลักๆ คือ Back, Home และ Recent app ลองพลิกมาดูที่ด้านหลัง เห็นกล้องถูกจัดวางบริเวณด้านซ้ายบน รูปทรง วงกลม ด้านบน มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 mm ส่วนทางด้านล่าง มีพอร์ต MicroUSB และ รูลำโพง ทางด้านขวา มีปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง และปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง

ต่อไปเราจะเข้าสู่สเปคของเครื่องกันบ้างครับ เจ้าตัวนี้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.3 Jelly Bean, CPU Quad-Core Qualcomm Snapdragon S4 Pro 1.5 GHz, หน้าจอขนาด 7 นิ้ว ความละเอียด 1920×1200 Pixels, RAM 2 GB, Memory 16 GB, กล้องด้านหน้าความละเอียด 1.2 MP ส่วนกล้องด้านหลังความละเอียด 5 MP, สำหรับลำโพงเจ้าตัวนี้ให้มาเป็นลำโพงแบบ Stereo คู่ ให้เสียงที่คมชัดสุดๆ

สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพแล้วแต่งภาพ เค้าก็จัดฟังก์ชั่นนี้เอาใจทุกท่านมาให้ด้วยครับ ราคาอยู่ที่ 6900 บาท ราคาไม่แพงอย่างนี้เห็นทีจะต้องสอยมาสักเครื่องแล้วละมั้ง ใครที่สนใจก็สามารถหามาลองได้ครับ รับรองว่าไม่ผิดหวัง

IPAD4 (4G) 9.7 inch

หากมีใครถามว่า Tablet ที่กำลังโด่งดังในตอนนี้ยี่ห้ออะไร ก็คงจะหนีไม่พ้น iPad กับ Samsung อย่างแน่นอน แต่สำหรับวันนี้ผมจะนำเอา iPad มารีวิวให้ท่านผู้อ่าน และสาวก iPad ได้ทำความรู้จักกัน มันจะมีอะไรดีบ้าง และประสิทธิภาพจะเจ๋งแค่ไหน ทำไมใครต่อใครจึงพูดกันว่ามันน่าใช้ และมันดีจริงหรือ? วันนี้เราจะรู้คำตอบไปพร้อมๆ กันครับ ถ้าทุกท่านอยากรู้จักเจ้าตัวแรงตัวนี้แล้ว ตามผมเข้ามาดูรายละเอียดด้านในได้เลยครับ

การดีไซน์ภายนอกนับได้ว่ายอดเยี่ยมเลยครับ Apple ไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอนครับ ด้านหน้าของตัวเครื่องไม่มีปุ่มอะไรให้รกรุงรัง ลูกตาครับ มีเพียงหน้าจอ Touch Screen กับกล้อง หน้าจอเป็นแบบเงา Glossy สีดำ เราลองมาดูด้านหลังกันบ้างดีกว่า ด้านหลังจัดวางตำแหน่งของกล้องบริเวณมุมซ้ายบนครับ ส่วนบริเวณตรงกลางเป็นที่อยู่ของ Logo ลูกแอปเปิ้ล ถัดลงมาจากลูกแอปเปิ้ลจะเป็นรุ่น iPad เจ้าตัวนี้ใช้หน่วยประมวลผล Dual-core A6X with quad-core graphics

RAM 1 GB, Memory 32 GB, หน้าจอขนาด 9.7″ ความละเอียด 1536 x 2048 Pixels, กล้องทางด้านหน้ามีความละเอียด 1.2 MP, กล้องทางด้านหลังความละเอียด 5.0 MP, Sensor ที่น่าสนใจเช่น Three-axis gyro Accelerometer Ambient light sensor, พอร์ตเชื่อมต่อที่สำคัญเช่น Micro-SIM, Headphone Mini Jack เป็นต้น, ระบบ Network รองรับ 4G WiFi, Bluetooth version 4.0, ระบบปฏิบัติการ iOS 6, รองรับ 3G, Battery Li-Polymer

น้ำหนักตัวเครื่องประมาณ 662 g, รับประกัน 1 ปี ราคาสินค้าอยู่ที่ 23,500 บาท เป็นอย่างไรกันบ้างครับ หลังจากได้อ่านสเปคแล้ว สุดยอดไปเลยใช่ไหมละ เริ่มอยากได้กันแล้วละสิ หากใครที่พอมีงบประมาณ ก็สอยมาลองใช้กันได้ครับ

ACER Iconia A1-811 (3G) 7.9 inch

เปิดตัวอย่างอลังการ Tablet จากค่าย Acer ตัวเจ๋งที่ทุกคนฝันถึง ครับสวัสดีทุกท่านครับ กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับผมคนเดิม ไม่รู้ว่าคิดถึงกันบ้างหรือเปล่า วันนี้ผมมีข่าวคราว Tablet ของ Acer มาฝากทุกท่านกัน สำหรับสาวก Acer ต้องไม่พลาดครับ เพราะถ้าพลาดไป น่าเสียดายแย่ เพราะตัวนี้ เค้ามีดีจริงๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราลองมาดู รูปลักษณ์ และสเปคเครื่องกันดีกว่าครับ

ด้านหน้าของตัวเครื่องมาในสไตล์เดิม เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Acer ครับ คือจะเน้นแนวเรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่แฝงไปด้วยสมรรถนะระดับเทพเลยก็ว่าได้ หน้าจอสีดำเงา Glossy เวลาหยิบจับอาจต้องระวังนิดนึงครับ เพราะจะเป็นรอยนิ้วมือได้ง่าย ไม่มี Logo หรืออะไรให้กวนสายตา ด้านหลัง มาในโทนสีขาว สดใส บริสุทธิ์ จัดวางตำแหน่งกล้องไว้ด้านบนซ้าย เป็นกล้องรูปทรงวงกลม ตรงกลางมี Logo Acer และด้านซ้ายล่างมีลำโพง

พอร์ตเชื่อมต่อที่น่าสนใจมีดังนี้ครับ 1 x Micro-USB, 1 x microSD, 1 x Micro-HDMI, 1 x headphones เรียกได้ว่าจัดมาให้อย่างครบครัน รองรับหลายอุปกรณ์ครับ ลองมาดูสเปคกันบ้าง ตัวนี้ใช้หน่วยประมวลผล MediaTek MT8389 Quad-Core 1.2 GHz, RAM 1 GB, Memory 16 GB, การ์ดความจำเป็นแบบ microSD เพิ่มได้สูงสุด 32GB, หน้าจอ 7.9″ IPS TFT – LED backlight Touch screen รองรับฟังก์ชั่น Multi – Touch

กล้องด้านหน้าความละเอียด 0.3 MP ด้านหลังความละเอียด 5.0 MP, ด้านระบบ Network รองรับ 802.11 a/b/g/n, รองรับ 3G, Bluetooth 4.0 ระบบปฏิบัติการณ์ Android 4.2 (Jelly Bean) น้ำหนักประมาณ 460 g, รับประกัน 1 ปี สนนราคาเจ้าตัวเก่งตัวนี้อยู่ที่ 8,490 บาท สามารถเอื้อมถึงอย่างแน่นอน สำหรับคนงบน้อยตัวนี้น่าสนใจนะครับ